Translate

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วัตถุกาม หมายถึงอะไร ?




วัตถุกาม  หมายยถึง สภาพธรรมทั้งหลาย  อันเป็นที่ตั้งของความยินดีพอใจ  ได้แก่  รูป  เสียง  กลิ่น  รส โผฏฐัพพะ  นอกจากนั้นการเกิดในภพภูมิต่าง ๆ  เมื่อเกิดเป็นพรหมบุคคลในรูปพรหมภูมิ  รูปพรหมภูมินั้นก็เป็นวัตถุกาม  คือ  เป็นที่ตั้งของความยินดีพอใจของรูปพรหมบุคคลนั้น  ผู้ทีเกิดในอรูปพรหมภูมิ  อรูปพรหมภูมิก็เป็นวัตถุกาม  คือ  เป็นที่ตั้งของความยินดีพอใจของอรูปพรหมบุคคลนั้น

โลภเจตสิกเป็นสภาพธรรมที่ยินดีพอใจ  ติดข้องในอารมณ์ทุกอย่าง  นอกจากโลกุตตรธรรมเท่านั้น  ฉะนั้น  นอกจากโลกุตตรธรรมแล้ว  ธรรมอื่น ๆ  จึงเป็นวัตถุกาม  คือ  เป็นที่ตั้ง  เป็นที่ยินดีพอใจของ
โลภะได้



...........................

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ที่ตั้งของความตรึกหรือความคิด



ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย


วิตักกสัณฐานสูตร 
สูตรว่าด้วยที่ตั้งของความตรึกหรือความคิด

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ เชตวนาราม  ตรัสสอนว่า  ภิกษุผู้ทำสมาธิ (ประกอบอธิจิต)  พึงใส่ใจเครื่องหมายหรือนิมิต (อารมณ์)  ๕  ประการอยู่เสมอ  คือ

๑.  เมื่อใส่ใจในอารมณ์ใด ที่เปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ   เกิดความคิดอกุศลขึ้นขณะนั้น  ถ้าสติเกิดระลึกรู้สภาพธรรมขณะนั้นว่าเป็นอกุศล  กุศลจิตเกิดขึ้นเป็นเหตุให้ละความคิดฝ่ายอกุศลได้  จิตก็มีความสงบจากอกุศล  เปรียบเสมือนนายช่างเอาลิ่มเนื้อละเอียด  ตอกเอาลิ่มเนื้อหยาบออกไป ฉะนั้นแล.

๒.  เมื่อใส่ใจในอารมณ์อื่น อันประกอบด้วยกุศล  ความคิดอกุศลก็ยังเกิดสลับได้อย่างรวดเร็ว  พึงพิจารณาเห็นโทษของความคิดฝ่ายอกุศล  กุศลจิตก็จะเกิดขึ้น  จิตก็จะสงบจากอกุศล  เป็นสมาธิได้  เปรียบเหมือนชายหนุ่มหญิงสาวที่รักสวยรักงาม รังเกียจซากศพสัตว์ต่าง ๆ  ที่มาคล้องอยูที่คอ ฉะนั้น.

๓.  เมื่อพิจารณาโทษของความคิดฝ่ายอกุศลเหล่านั้น  ความคิดอกุศลก็ยังเกิดขึ้น    ก็พึงไม่ระลึกไม่ใส่ใจความคิดอกุศลนั้น  ก็จะละความคิดฝ่ายอกุศลได้ เกิดความสงบแห่งจิตเป็นสมาธิได้  เปรียบเสมือนคนตาดี  ไม่ต้องการเห็นรูป  ก็หลับตาเสียหรือมองไปที่อื่น

๔.  เมื่อไม่ระลึก  ไม่ใส่ใจความคิดฝ่ายอกุศล  ความคิดฝ่ายอกุศลยังเกิดขึ้น  ก็พึงใส่ใจถึงเหตุแห่งความคิดอกุศลนั้น  ก็จะทำให้ละความคิดฝ่ายอกุศลนั้นได้  เกิดความสงบแห่งจิตเป็นสมาธิได้  เปรียบเหมือนคนเดินเร็ว  เดินช้าลง หยุด ยืน นั่ง นอน เพิกอิริยาบถหยาบ ๆ  ลง  สำเร็จกิริยาบถละเอียดขึ้น.

๕.  เมื่อใส่ใจถึงเหตุแห่งความคิดฝ่ายอกุศล  ความคิดฝ่ายอกุศลยังเกิดขึ้น  ก็พึงเอาฟันกดฟัน  เอาลิ้นกดเพดาน  ข่มขี่บีบคั้นจิต  เปรียบเหมือนคนมีกำลังมาก  จับคอคนมีกำลังน้อยกว่า ข่มขี่บีบคั้น ฉะนั้น.

สรูป 

เมื่อกระทำได้อย่างนี้  ภิกษุนี้ก็ชื่อว่าชำนาญในทางเกี่ยววกับความคิด (วิตก  ความตรึก)  ประสงค์จะคิดหรือตรึกอะไรก็คิดได้ หรือประสงค์จะไม่คิดไม่ตรึกก็ละได้  นับว่าตัดตัณหาได้ คลายเครื่องร้อยรัดได้  ทำความทุกข์ให้ถึงที่สุดได้ ด้วยการตรัสรู้เรื่องของจิตโดยชอบ.


                 ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่าน  และขออุทิศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พาลและบัณฑิต


                                             พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ หน้า ๘

                                                         

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า  บุคคลผู้ปฏิบัติผิดใน ๔ สถาน ซึ่งได้แก่  ในมารดา  ในบิดา  ในพระตถาคต  ในสาวกของพระตถาคต  ได้ชื่อว่าเป็นคนพาล และยังได้สิ่งอันไม่เป็นบุญมากด้วย

ในทางตรงกันข้าม  บุคคลผู้ปฏิบัติชอบใน  ๔ สถาน  ซึ่งได้แก่  ในมารดา  ในบิดา  ในพระตถาคต  ในสาวกของพระตถาคต  ได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิต และได้บุญมากด้วย

                                                             
                                                                                  (นิคมคาถา)  

                                                                     คนใดปฏิบัติผิด  ในมารดา  และใน
             
                                                          บิดา  ในพระตถาคตสัมพุทธเจ้า   และใน
                       
                                                         สาวกของพระตถาคต  คนเช่นนั้น  ย่อมได้

                                                         สิ่งอันไม่เป็นบุญมาก  เพราะความ

                                                        ประพฤติไม่เป็นธรรมในมารดาบิดาเป็นต้น

                                                        นั้น  ในโลกนี้  บัณฑิตทั้งหลายก็ติเตียนเขา

                                                        เขาตายไปแล้วยังไปอบายด้วย.


                                                                  คนใดปฏิบัติชอบในมารดาในบิดา

                                                       ในพระตถาคตสัมพุทธเจ้า  และในสาวก

                                                       ของพระตถาคต  คนเช่นนั้นย่อมได้บุญ

                                                      มากแท้ เพราะความประพฤติเป็นธรรมใน

                                                      มารดาบิดาเป็นต้นนั้น  ในโลกนี้  บัณฑิต

                                                     ทั้งหลายก็สรรเสริญเขา  เขาละโลกนี้แล้ว

                                                    ยังบรรเทิงในสวรรค์.


                                                                  .............................................