Translate

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เรื่อง พระติสสเถระ [๓]

พระสุตตันตปิฏก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท  เล่ม ๑  ภาค ๒  ตอน ๑ หน้าที่ ๕๗

ข้อความเบื้องต้น

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภพระติสสเถระ  ได้ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  "อกฺโกจฺฉิ มํ  อวธิ มํ"  เป็นต้น

พระติสสเถระเป็นผู้ว่ายากและถือตัว
ดังได้สดับมา  ท่านติสสเถระนั้น เป็นโอรสพระปิตุจฉาของพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชในกาลเป็นคนแก่ บริโภคลาภสักการะอันเกิดขึ้นแล้ว ในพระพุทธศาสนา มีร่างกายอ้วนพี มีจีวรรีดเรียบร้อยแล้ว โดยมากนั่งอยู่ที่โรงฉันกลางวิหาร.  ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลาย มาแล้วเพื่อประโยชน์จะเฝ้าพระตถาคต  ไปสู่สำนักแห่งเธอ  ด้วยสำคัญว่า  "นี่ จักเป็นพระเถระผู้ใหญ่"  ดังนี้แล้ว ถามถึงวัตร ถามถึงกิจควรทำ มีนวดเท้าเป็นต้น.  เธอนิ่งเสีย

ลำดับนั้น  ภิกษุหนุ่มองค์หนึ่งถามเธอว่า  "ท่านมีพรรษาเท่าไร"  เมื่อเธอตอบว่า  "ถึงไม่มีพรรษา ข้าพเจ้าบวชแล้ว ในกาลเป็นคนแก่"  จึงกล่าวว่า  "ท่านขรัวตาผู้มีอายุ  ฝึกได้ยาก"  ท่านไม่รู้จักประมาณตน.  ท่านเห็นพระเถระผู้ใหญ่มีประมาณเท่านี้แล้ว  ไม่ทำวัตรแม้มาตรว่าสามีจิกรรม  เมื่อวัตรอันพระเถระเหล่่านี้ถามโดยเอื้อเฟิ้ออยู่  ท่านนิ่งเสีย.  แม้มาตรว่าความรังเกียจ ก็ไม่มีแก่ท่าน"   ดังนี้ จึงโบกมือ (เป็นที่รุกราน)  เธอยังขัตติยมานะให้เกิดขึ้นแล้ว  ถามว่า  "พวกท่านมาสู่สำนักใคร ?"  เมื่ออาคันตุกภิกษุเหล่านั้นตอบว่า  "มาสู่สำนักของพระศาสดา"  จึงกล่าวว่า  "ก็พวกท่านคาดข้าพเจ้าว่า  "นี่ใคร ?"  ข้าพเจ้าจักตัดมูล (ตัดความเป็นสมณะ) ของพวกท่านเสียให้ได้"  ดังนี้แล้ว  ร้องไห้เป็นทุกข์เสียใจ  ได้สู่สำนักของพระศาสดาแล้ว.

พระติสสะทูลเรื่องแด่พระศาสดา
ลำดับนั้น  พระศาสดาตรัสถามเธอว่า  "ติสสะ เป็นอะไรหนอ ?"  เธอจึงเป็นทุกข์ เสียใจ มีน้ำตาอาบหน้า ร้องไห้ มาแล้ว"  ฝ่ายภิกษุเหล่านั้น (คือพวกภิกษุอาคันติกะ)  คิดว่า  "ภิกษุนั้น คงไปทำกรรมขุ่นมัวอะไร ๆ "   ดังนี้ จึงไปกับพระติสสะนั้นทีเดียว  ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว  ได้นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง  พระติสสะนั้น  อันพระศาสดาตรัสถามแล้ว  ได้กราบทูลว่า  "พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุเหล่านี้ด่าข้าพระองค์"

ศ.  ก็เธอนั่งแล้วที่ไหน ?
ต.  ที่โรงฉันกลางวิหาร  พระเจ้าข้า.
ศ.  ภิกษุเหล่านี้มา เธอได้เห็นหรือ ?
ต.  เห็น  พระเจ้าข้า
ศ.  เธอได้ลุกขึ้นทำการต้อนรับหรือ ?
ต.  ไม่ได้ทำ พระเจ้าข้า
ศ.  เธอได้ถามโดยเอื้อเฟื้อถึงการรับบริขาร ของภิกษุเหล่านั้นหรือ ?
ต.  ข้าพระองค์ไมได้ถามโดยเอื้อเฝื้อ พระเจ้าข้า
ศ.  เธอได้ถามโดยเอื้อเฝื้อถึงธรรมเนียม หรือน้ำดื่มหรือ ?"
ต.  ข้าพระองค์ไม่ได้ถามโดยเอื้อเฝื้อ พระเจ้าข้า
ศ.  เธอนำอาสนะมาแล้ว ทำการนวดเท้าให้หรือ ?
ต.  ไม่ได้ทำ พระเจ้าข้า

พระติสสไม่ยอมขอขมาภิกษุ
ศ.  ติสสะ วัตรทั้งปวงนั้น เธอควรทำแก่ภิกษุผู้แก่.  การที่เธอไม่ทำวัตรทั้งปวงนั้น  นั่งอยู่ในท่ามกลางวิหาร ไม่สมควร.  โทษของเธอเองมี.  เธอจงขอโทษภิกษุทั้งหลายนั้นเสีย.

ต.  พระองค์ผู้เจริญ  พวกภิกษุนี้ได้ด่าข้าพระองค์.  ข้าพระองค์ไม่ยอมขอโทษเธอ.

ศ.  ติสสะ  เธออย่าได้ทำอย่างนี้.  โทษของเธอเองมี  เธอจงขอโทษภิกษุเหล่านั้นเสีย.

ต.  พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์ไม่ยอมขอโทษภิกษุเหล่านี้.

ลำดับนั้น  พระศาสดา เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า  "ข้าแด่พระองค์ผู้เจริญ  พระติสสะนี้เป็นคนว่ายาก"  ดังนี้แล้ว  ตรัสว่า  "ภิกษุทั้งหลาย  ติสสะนี้  มิใช่เป็นผู้ว่ายากแต่ในบัดนี้เท่านั้น.  ถึงในกาลก่อน  ติสสะนี้ก็เป็นคนว่ายากเหมือนกัน."  เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า  "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์ทั้งหลาย  ทราบความที่เธอเป็นผู้ว่ายากแต่ในบัดนี้เท่านั้น.  เธอได้ทำอะไรไว้ในอดีตกาล"  ดังนี้แล้ว  จึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย  ถ้าอย่างนั้น  ท่านทั้งหลายจงฟัง"  ดังนี้แล้ว  ได้ทรงนำเรื่องอดีตมา.

บุพกรรมของพระติสสะ
ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพาราณสี เสวยราชสมบัติอยู่ในเมืองพาราณสี.  ดาบสชื่อ เทวละ  อยู่ในหิมวันตประเทศ ๘ เดือน  ใคร่จะเข้าไปอาศัยพระนครอยู่  ๔  เดือน  เพื่อต้องการจะเสพรสเค็มและรสเปรี้ยว  จึงมาจากหิมวันตประเทศ พบพวกคนเฝ้าประตูพระนคร  จึงถามว่า  "พวกบรรพชิตผู้มาถึงพระนครนี้แล้ว  ย่อมพักอยู่ที่ไหนกัน ?"  เขาทั้งหลายบอกว่า  "ที่โรงนายช่างหม้อ  ขอรับ."  เธอไปสู่โรงนายช่างหม้อแล้ว  ยืนที่ประตูกล่าวว่า  "ถ้าท่านไม่มีความหนักใจ.  ข้าพเจ้าขอพักอยู่ในโรงสักราตรีหนึ่ง."  ช่างหม้อกล่าวว่า  "กลางคืน กิจของข้าพเจ้าที่โรงไม่มี.  โรงใหญ่.  นิมนต์ท่านอยู่ตามสบายเถิด  ขอรับ"  ดังนี้แล้ว  มอบโรงถวาย

เมื่อเธอเข้าไปนั่งแล้ว  ดาบสแม้อีกองค์หนึ่ง  ชื่อนารทะมาจากหินวันตประเทศ ได้ขอพักอยู่ราตรีหนึ่งกะนายช่างหม้อ.  นายช่างหม้อคิดว่า  "ดาบสองค์มาก่อน พึงเป็นผู้อยากจะอยู่ด้วยกันกับดาบสองค์นี้หรือไม่  (ก็ไม่ทราบ).  เราจะปลีกตัวเสีย"   ดังนี้แล้ว  จึงกล่าวว่า  "ถ้าท่านองค์เข้าไปก่อน  จักพอใจไซร้.  ท่านจงพักอยู่ตามความพอใจของดาบสองค์ก่อนเถิดขอรับ"  นารทดาบสนั้  เข้าไปหาเธอแล้วกล่าวว่า  "ท่านอาจารย์ ถ้าท่านไม่มีความหนักใจ.  ผมขอพักอยู่ในโรงนี้ราตรีหนึ่งเถิด"  เมื่อเธอกล่าวว่า  "โรงใหญ่.  ท่านจงเข้าไปอยู่ที่ส่วนข้างหนึ่งเภิด"  ดังนี้แล้ว  จึงเข้าไปนั่ง  ณ ที่อีกส่วนหนึ่งแห่งเธอผู้เข้าไปก่อน

โทษของการนอนไม่เป็นที่
ดาบสทั้งสองรูป  พูดปราศรัยชวนให้ระลึกถึงกันแล้ว.  ในเวลาจะนอน.  นารทดาบสกำหนดที่นอนแห่งดาบสและประตูแล้วจึงนอน.  ส่วนเทวลดาบสนั้น  เมื่อจะนอน หาได้นอนในที่ของตนไม่. (ไพล่) นอนขวางที่กลางประตู.  นารทดาบส  เมื่อออกไปในราครี  ได้เหยียบที่ชฎาของเธอ.  เมื่อเธอกล่าวว่า  "ใครเหยียบเรา ?"  นารทดาบสกล่าวว่า  "ท่านอาจารย์ ผมเอง."

ท. ชฏิลโกง ท่านมาจากป่าแล้ว เหยียบที่ชฎาของเรา.

น. ท่านอาจารย์  ผมไม่ทราบว่าท่านนอนที่นี้  ขอท่านจงอดโทษแก่ผมเถิด.  เมื่อเธอกำลังบ่นอยู่นั้นแล.  ออกไปข้างนอกแล้ว.  เทวลดาบสนอกนี้คิดว่า  "ดาบสรูปนี้  แม้เข้ามาจะพึงเหยียบเรา"  ดังนี้แล้วจึงได้ได้กลับนอนหันศีรษะไปทางเท้า

ฝ่ายนารทดาบส  เมื่อจะเข้าไปคิดว่า  "แม้ทีแรก เราได้ผิดแล้วในท่านอาจารย์.  บัดนี้ เราจะเข้าไปโดยทางเท้าของท่าน"  ดังนี้แล้ว เมื่อมา ได้เหยียบที่คอแห่งเธอ.  เมื่อเธอกล่าวว่า  "นี่ใคร ?"  จึงกล่าวว่า "ท่านอาจารย์  ผมเอง"  เมื่อเธอกล่าวว่า  "ชฏิลโกง ทีแรกท่านเหยียบที่ชฎาของเราแล้ว  เดี๋ยวนี้เหยียบที่คอเราอีก  เราจักสาปท่าน"  จึงกล่าวว่า  "ท่านอาจารย์ โทษของผมไม่มี.  ผมไม่ทราบว่าท่านนอนแล้วอย่างนั้น.  ผมเข้ามาด้วยคิดว่า  "แม้ทีแรกความผิดของเรามีอยู่.  เดี๋ยวนี้เราจักเข้าไปโดยทางเท้าท่าน  ดังนี้  ขอท่านจงอดโทษแก่ผมเถิด"

                                                   ....................................................